วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

My lecture : ประเภทการท่องเที่ยว

การแบ่งประเภทการท่องเที่ยว สามารถแบ่งออกเป็น 3 วิธีใหญ่ๆ ได้แก่
1. การแบ่งตามสากล
2. การแบ่งตามลักษณะการจัดการเดินทาง
3. การแบ่งตามจุดมุ่งหมายของการเดินทาง
1. การแบ่งตามสากล ได้แก่ การแบ่งโดยใช้ประเทศเป็นกำหนด ได้แก่
1.1 การท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourism) หมายถึง ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในประเทศของตนเองหรือภายในประเทศนั้นๆ เช่น การเดินทางไปร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่ของคณะสมาชิกสภาเทศบาลอำเภอปากเกร็ด การเดินทางไปร่วมประชุมที่จังหวัดภูเก็ตของผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นต้น


การเดินทางไปร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่

1.2 การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ (Inbound Tourism) หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นพำนักอาศัยที่อื่นเดินทางเข้ามาเที่ยวภายในประเทศนั้นๆ เช่น การเดินทางไปเล่นน้ำทะเล และอาบแดดที่ประเทศไทยของชาวอเมริกัน การเดินทางมาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยจากทั่วโลก เป็นต้น

การเดินทางไปเล่นน้ำทะเล

การอาบแดดที่ประเทศไทยของชาวอเมริกัน

1.3 การท่องเที่ยวนอกประเทศ (Outbound Tourism) หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศหนึ่งเดินทางออกไปเที่ยวยังต่างประเทศ เช่น คนไทยเดินทางไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น

คนไทยเดินทางไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

2. การแบ่งตามลักษณะการจัดการเดินทาง แบ่งออกเป็น
2.1 การท่องเที่ยวแบบหมู่คณะหรือที่เรียกว่า group inclusive tour : GIT แบ่งเป็น กรุ๊ปเหมา และ กรุ๊ปจัด
2.2 การเดินทางแบบอิสระ เรียกว่า foreign individual tourism : FIT การวางแผนการเที่ยวด้วยตนเอง

3. การแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง จำเป็นต้องพิจารณาถึงกิจกรรมหลักของการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ณ สถานที่นั้นๆเป็นหลัก แบ่งออกเป็น
3.1 การท่องเที่ยวเพื่อการเพลิดเพลินและพักผ่อน เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่สลับซับซ้อน มีรูปแบบเรียบง่ายเช่น การเล่นน้ำทะเล การชมดอกไม้ การซื้อของ(Shopping Tourism) เป็นต้น
3.2 การท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ เป็นกิจกรรมทางธุรกิจทั่วไป และจัดอยู่ในกลุ่ม MICE(Meetings,Incentives, Conventions and Exhibitions)
3.3 การท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นซึ่งมีความสลับซับซ้อนและเป็นระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
3.3.1 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) เช่น การดูนก(Bird Watching) การดำน้ำดุปะการัง(Diving) การเดินป่า(Trekking) เป็นต้น

การดูนก

การดำน้ำดูปะการัง

การเดินป่า

3.3.2 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา (Healt and Sport Tourism) เช่น การปีนเขา(Cliff Climbing) การอาบน้ำแร่(Spa) เป็นต้น


การปีนเขา

การอาบน้ำแร่

3.3.3 การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม (Culture Tourism) เช่น การศึกษาแหล่งโบราณสถาน การชมการแสดงรำไทย ชมตลาดน้ำ เป็นต้น (จับต้องไม่ได้ เรียนรู้ได้)

การศึกษาแหล่งโบราณสถาน

การชมการแสดงรำไทย

3.3.4 การท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสชาติพันธุ์และวัฒนธรรมพื้นถิ่น (Ethic Tourism) เช่น การพักอาศัยอยู่ร่วมกับคนพื้นถิ่น(Home Stay) การชมวิถีชีวิตในชนบท เป็นต้น


การชมวิถีชีวิตในชนบท

3.3.5 การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา (Educational Tourism) เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ โดยมีการจัดการไว้ล่วงหน้า มีครูผู้สอนที่ชำนาญ มีการฝึกปฏิบัติ เป้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ เช่น การเรียนทำอาหารไทย การดูดาว การดำน้ำ การเรียนมวยไทย เป็นต้น


การเรียนทำอาหารไทย

การดูดาว

การดำน้ำ

การเรียนมวยไทย




ข้อมูลจาก....http://www.google.co.th/
โดย...นาย วัชรเวคิน จิราวรชยายุกุล (530305020015)
คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาภาษาจีนธุรกิจ

2 ความคิดเห็น:

  1. เนื้อหาดี ปรับแก้รูปแบบของภาพประกอบเล็กน้อย และเลื่อนส่วนของการแสดงความคิดเห็นขึ้นไปทั้ง 2 บทความ เพื่อที่บรรทัดสุดท้ายจะได้ไม่มีช่องว่างมากเกินไป

    อ.พิทยะ ศรีวัฒนสาร

    ตอบลบ
  2. กระผมแก้แล้วครับตามที่อาจารย์บอก...
    แต่ที่อาจารย์บอกว่าให้บทความทั้ง2เลื่อนขึ้นให้อยู่ใกล้ๆนั้น...กระผมทำไม่เป็นครับอาจารย์...อาจารย์ช่วยกรุณาสอนกระผมหน่อยนะครับๆๆๆๆๆๆ
    ขอบคุณครับ....

    ตอบลบ